ย้ำแค่’อาบัติ’ไร้อวดอุตริร้ายแรง ดราม่า’หลวงพ่อพ่นไฟ’ เจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์ ยันเป็นแค่ “อาบัติทุกกฏ” กรณีโซเชียลแชร์คลิป “หลวงพ่อพ่นไฟ” ไม่ได้เป็นการโอ้อวดอุตริร้ายแรง เจ้าตัวระบุ ทำมานาน 8 – 9 ปี ญาติโยมร้องขอให้ทำในงานทอดกฐิน

เมื่อวันที่ 11 ต.ค. โลกโซเชียลได้แชร์คลิปไปทั่ว สำหรับ พระปลัดรัตนชัย อสิงสโก เจ้าอาวาสวัดป่ารัตนสุทธิกระทม บ้านกระทม ต.ทับทัน อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ในขณะกำลังพ่นลูกไฟกลางงานแห่กฐินสามัคคีภายในวัด ซึ่งมีช้าง 4 เชือก และชาวบ้านร่วมงานจำนวนมาก เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆนานาถึงความไม่เหมาะสมหรือไม่ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 8 ต.ค.

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 11 ต.ค. ผู้สื่อข่าวได้ไปยังวัดป่ารัตนสุทธิกระทม เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง กระทั่งพบกับพระปลัดรัตนชัย อายุ 44 ปี ก่อนที่ท่านจะสาธิตการพ่นไฟอีกครั้ง โดยให้ลูกศิษย์นอนคว่ำหน้า จากนั้นใช้ผ้าขาวคลุมและจุดเทียน ร่ายมนต์คาถาหลวงปู่สรวงเทวดาเดินดินในระหว่างรอให้น้ำตาเทียนหยดลงขัน เมื่อได้น้ำตาเทียนก็ยกขันร้อนๆเข้าปากเพื่ออมน้ำตาเทียนไว้ ก่อนจะพ่นผ่านเปลวไฟของเทียนจนไฟลุกพรึ่บ ลูกศิษย์เชื่อว่าเป็นสิริมงคล ช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายและโรคภัยไข้เจ็บออกไปได้
 

พระปลัดรัตนชัย เปิดเผยว่า  เป็นการเป่าไฟเพื่อเอาฤกษ์เอาชัยในงานทอดกฐิน เจ้าภาพงานต้องการให้หลวงพ่อเป่า ญาติโยมที่เจ็บป่วยก็หาย จึงเกิดศรัทธามาร่วมงานกฐินกันทุกปี ถือว่าการเป่านี้นั้นทดแทนการจุดพลุจุดตะไลที่มีเสียงดังครึกโครม อาตมาเป็นศิษย์หลวงปู่สรวง ท่านชอบไปกับกองไฟ ไปนั่งกับกองไฟ มันไม่เป็นอันตราย เป่ามานาน 8 – 9 ปีแล้ว เสมือนเป็นไฟศักดิ์สิทธิ์ บูชาไฟ ไม่ได้โอ้อวดอุตริอะไร ถือว่าข้อนี้ยังไม่ผิด เป็นการสงเคราะห์ญาติโยม อนุเคราะห์คือสิ่งที่ประเสริฐ ถ้าเขามีกำลังใจต่อสู้โรคภัยก็ถือเป็นเรื่องดี

ขณะเดียวกัน ที่วัดศาลาลอย อ.เมืองสุรินทร์ พระศรีวิสุทธิคุณ เจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ถือเป็นการคะนองมากกว่า ตามพระวินัยก็คืออาบัติทุกกฎ คำว่าทุกกฏนี้คือเบาที่สุดแล้ว ได้แต่ตักเตือนไว้ว่าต่อไปก็ขอให้สำรวมบ้าง ไม่ได้เป็นการอวดอิทธิฤทธิ์ร้ายแรง ได้ตักเตือนไปแล้ว ก็ไม่อยากให้ไปวิจารณ์กันอย่างไม่รู้เรื่อง.

ขอบคุณข้อมูล จาก เดลินิวส์