สนุกกับการช็อปปิ้งสินค้าเบรนด์เนมมือสองในตลาดการค้าชายแดนภาคตะวันออกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยภายในตลาดโรงเกลือแห่งนี้ได้แบ่งออกเป็นตลาดย่อยด้วยกัน 5 แห่ง ได้แก่ ตลาดโรงเกลือเก่า ตลาดเดชไทย ตลาดเทศบาล 2 (ตลาดโรงเกลือใหม่) ตลาดเทศบาล 3 (ตลาดโกลเดนเกต) และตลาดเบญจวรรณ ทั้งนี้ในแต่ละวันโดยเฉพาะช่วงเวลาตั้งแต่ 07.00-08.00 น. จะมีพ่อค้าแม่ค้า ชาวกัมพูชาเดินทางข้ามด่านชายแดนเข้ามาขายของยังตลาดแห่งนี้นับพันคนเลยทีเดียว และถือเป็นจุดเริ่มต้นของบรรยากาศที่แสนจะคึกคักของตลาดโรงเกลือแต่เช้าจรดค่ำ

และทุกคนที่เดินทางมาตลาดโรงเกลือรู้กันดีว่า พวกเขาจะได้พบกับสินค้ามือสองและมือหนึ่งอย่างละลานตาจากร้านค้าที่มีมากกว่า 3,000 ร้าน ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เพชรพลอย เครื่องเงิน ถ้วยชาม เครื่องใช้ไฟฟ้า ไปจนถึงของแห้งและผลไม้สารพัดชนิด ทั้งปลาย่าง ปลาแห้ง ผลไม้จากจีน ฯลฯ โดยเฉพาะสินค้ามือสองนั้นการันตีได้เลยว่าที่นี่คือแหล่งจำหน่ายที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเลยทีเดียว
เส้นทาง “แบรนด์เนมมือสอง” ของโรงเกลือ
หลายคนคงสงสัยว่าทำไมตลาดโรงเกลือจึงกลายเป็นแหล่งรวมสินค้ามือสองแหล่งใหญ่ในปัจจุบัน ลองย้อนกลับไปในยุคที่กัมพูชาเพิ่งหลุดพ้นจากภาวะสงคราม ช่วงเวลานั้นเขมรถือว่าเป็นประเทศยากจน จึงมีนานาประเทศช่วยกันบริจาคเสื้อผ้าเข้ามามากมายผ่านองค์กรสหประชาชาติ และหลังจากนั้นชาวเขมรก็นำเสื้อผ้าเหล่านี้ข้ามแดนมาขายต่อในฝั่งไทย แต่ในปัจจุบัน เสื้อผ้ามือสองที่เป็นของบริจาคนั้นไม่มีอีกแล้ว แต่กลายเป็นของเหลือใช้ที่มีการรับซื้อจากประเทศญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง นำมาขายต่อที่ตลาดโรงเกลือ ซึ่งสินค้าจำพวกกระเป๋า รองเท้า เสื้อกันหนาว จะถูกคัดแยกใส่ตู้คอนเทนเนอร์มาขึ้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ส่วนกางเกงยีนส์และกางเกงอื่นๆ จะถูกบรรทุกผ่านเข้ามาทาง ท่าเรือกำปงโสม ประเทศกัมพูชา เมื่อสินค้ามาถึงตลาดโรงเกลือ พ่อค้าคนกลางจะนำคนงานไปคัดแยก ตามสภาพความใหม่เก่าเพื่อกำหนดราคาขาย ตามด้วยการทำความสะอาด ซ่อมแซมหากมีการชำรุด ซึ่งสามารถทำได้อย่างแนบเนียนมาก บางชิ้นแทบดูไม่ออกว่าเป็นของมือสองเลยทีเดียว

เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 7.00 – 17.00 น.

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สำนักงานนครนายก +66 3731 2282 , +66 3731 2284///ททท.